ข่าวกีฬา: วิเคราะห์ “โครงสร้างการเพรสซิ่งแบบไล่เป็นคลื่น” ทำไมทีมระดับทวีปถึงใช้แท็คติกนี้มากขึ้น — มุมมองจาก ufa365
เทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรงในโลกของ ข่าวกีฬา คือแท็คติกการเพรสซิ่งแบบ “ไล่เป็นคลื่น” (Wave Pressing) ซึ่งไม่ใช่การไล่บอลแบบบ้าคลั่ง แต่เป็นการไล่เป็นจังหวะต่อเนื่องเหมือนคลื่นซัดเข้าหาฝั่งคู่แข่ง ufa365 ระบุว่าสโมสรใหญ่ของยุโรปหลายทีมเริ่มนำระบบนี้มาใช้ เพราะมันเพิ่มโอกาสแย่งบอลได้ในพื้นที่อันตราย และควบคุมรูปเกมได้ดีกว่าการเพรสซิ่งธรรมดา
โครงสร้างของการเพรสซิ่งแบบคลื่นคืออะไร?
1. แบ่งทีมเป็น “ชั้นการกดดัน” ตามความลึกของสนาม
แท็คติกนี้จะกำหนด 3 ระดับการเพรสชัดเจน
• คลื่นแรก — กองหน้าเข้ากดดันเซ็นเตอร์
• คลื่นสอง — กองกลางปิดมุมจ่ายเข้ากลาง
• คลื่นสาม — กองหลังดันสูงกว่าปกติเพื่อตัดบอล
ประสิทธิภาพของแผนนี้อยู่ที่จังหวะต่อเนื่อง ไม่ใช่ความเร็วในการวิ่งเพียงอย่างเดียว
2. ufa365ชี้ว่า “ความพร้อมของระยะยืน” คือหัวใจสำคัญ
ข้อผิดพลาดของหลายทีมคือช่องว่างระหว่างไลน์แนวรับกับแนวกลางกว้างเกินไป ทำให้
- คู่แข่งแกะเพรสง่าย
- ทีมตัวเองเสียพื้นที่แดนกลาง
- การเพรสกลายเป็นการวิ่งตามบอลไร้จุดหมาย
เมื่อระยะยืนได้มาตรฐาน แผนเพรสคลื่นจะกดดันจนคู่แข่งต้องโยนยาวอย่างเดียว
ข่าวกีฬามุมแท็คติก: ข้อดีของการเพรสซิ่งแบบคลื่น
ระบบนี้ให้ประโยชน์กับทีมในหลายด้าน
• แย่งบอลได้ในจุดสูง ทำให้เกมรุกเริ่มใกล้กรอบเขตโทษ
• บีบคู่แข่งให้เสียบอลบริเวณที่สร้างโทษได้มาก
• รักษาความกะทัดรัดของทั้งทีม ทำให้เกมรับเหนียวแน่น
ufa365 ชี้ว่าโครงสร้างแบบนี้เหมาะกับทีมที่มีผู้เล่นไล่เพรสฉลาดมากกว่าฉลาดวิ่ง
ทำไมทีมยุโรปถึงเลือกใช้ระบบนี้มากขึ้น?
จากข้อมูลวิเคราะห์ในลีกใหญ่ของยุโรประบุว่า
• ระบบคลื่นเพรสทำให้คู่แข่งยิงน้อยลงเฉลี่ย 2–4 ครั้งต่อเกม
• ช่วยลดการเสียประตูจากเกมสวนกลับ เพราะโครงสร้างทีมดันสูงอย่างเป็นระบบ
• เพิ่มโอกาสทำประตูจากจังหวะแย่งบอลได้ทันที
กล่าวได้ว่านี่คือแท็คติกที่ผสมผสานเกมรับและเกมรุกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว